2.4 หน่วยความจำสำรอง

      หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage) เป็นหน่วยเก็บข้อมูลถาวรที่ผู้ใช้สามารถย้ายข้อมูลและคำสั่งที่อยู่ในแรมขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน มาจัดเก็บไว้ได้ด้วยคำสั่งบันทึกของโปรแกรมต่างๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกข้อมูลและคำสั่งมาใช้ภายหลังได้ ซึ่งหน่วยความจำรองมีความจุข้อมูลได้มากกว่าหน่วยความจำหลักและมีราคาถูกกว่า แต่เข้าถึงข้อมูลได้ช้ากว่าหน่วยความจำหลัก อุปกรณ์หน่วยความจำรองที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

      1) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ใช้หลักการของการเข้าถึงข้อมูลแบบสุ่ม (Random Access) กล่าวคือ ถ้าต้องการข้อมูลลำดับที่ 21 หัวอ่านก็จะตรงไปที่ข้อมูลนั้นและอ่านข้อมูลนั้นขึ้นมาได้ทันที หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ เรียกว่า หัวอ่านและบันทึก (Read/Write Head) โดยฮาร์ดดิสก์ทำมาจากแผ่นจานแม่เหล็กเรียงซ้อนกันหลายๆ แผ่น ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้งสองหน้าของผิวจานแม่เหล็ก ยกเว้นแผ่นสุดท้ายที่ติดกับกล่องจะบันทึกข้อมูลได้เพียงหน้าเดียว โดยที่ทุกแทร็ก (Track) และเซกเตอร์ (Sector) ที่ตำแหน่งตรงกันของฮาร์ดดิสก์ชุดๆ หนึ่ง จะถูกเรียกว่า ไซลินเดอร์ (Cylinder)
      การทำงานของหัวอ่านและบันทึกจะไม่สัมผัสกับผิวของแผ่นจานแม่เหล็ก ดังนั้น หากมีฝุ่นไปกีดขวางหัวอ่านและบันทึก อาจทำให้หัวอ่านและบันทึกกระแทกกับผิวของแผ่นจานแม่เหล็ก ทำให้เกิดความเสียหาย และเกิดความผิดพลาดในการเรียกใช้ข้อมูลได้
      ความจุของฮาร์ดดิสก์มีหน่วยตั้งแต่ไบต์ เมกะไบต์ กิกะไบต์ ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความจุของฮาร์ดดิสก์มากสามารถจะเก็บข้อมูลได้มาก

      2) เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape) เป็นหน่วยเก็บข้อมูลที่ได้รับความนิยมน้อยลงใช้สำหรับการเก็บสำรองข้อมูล (Backup) เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล ใช้หลักการของการเข้าถึงแบบลำดับ (Sequential Access) ข้อดีของเทปแม่เหล็ก คือ ราคาถูกและเก็บข้อมูลได้มาก เทปแม่เหล็กมีหลักการทำงานคล้ายเทปบันทึกเสียง แต่เปลี่ยนจากการเล่น (Play) และบันทึก (Record) เป็นการอ่าน (Read) และเขียน (Write)

     

 3) ออปติคัลดิสก์ (Optical Disk) เป็นหน่วยความจำสำรองที่ใช้เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการบันทึกข้อมูล ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนมากและราคาไม่แพง ออปติคัลดิสก์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้


            3.1) ซีดีรอม (CD-ROM : Compact Disk-Read-only Memory) คือ หน่วยความจำสำรองที่บันทึกได้เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านั้นได้อีก
            3.2) ซีดีอาร์ (CD-R : Compact Disk-Recordable) คือ หน่วยความจำสำรองที่สามารถเขียนข้อมูลลงแผ่นแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมลงแผ่นเดิมได้จนกว่าข้อมูลจะเต็มแผ่น
            3.3) ซีดีอาร์ดับบลิว (CD-RW : Compact Disk-Rewritable) คือ หน่วยความจำที่สามารถเขียนข้อมูลลงแผ่น และสามารถเขียนข้อมูลใหม่ทับลงในแผ่นเดิมได้ หรือผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเนื้อหาต่างๆ ภายในแผ่นซีดีอาร์ดับบลิวได้
            3.4) ดีวีดี (DVD : Digital Video Disk) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลมากขึ้น ดีวีดี 1 แผ่น สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 4.7 กิกะไบต์ ถึง 17 กิกะไบต์ ดีวีดีแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้
                  (1) ดีวีดีรอม (DVD ROM) ส่วนมากใช้กับการเก็บภาพยนต์ที่มีความยาวเกินกว่าสองชั่วโมงได้
                  (2) ดีวีดี-อาร์ (DVD-R) ใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีปริมาณมาก ซึ่งมีราคาสูงกว่าดีวีดีรอม หลังจากที่มีการบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีอาร์แล้ว ผู้ใช้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
                  (3) ดีวีดี-อาร์ดับบลิว (DVD-RW) เป็นเทคโนโลยีแบบแสง มีเครื่องอ่านที่ให้ผู้ใช้บันทึก ลบ และบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นเดิมได้
            3.5) บลูเรย์ดิสก์ (Blue Ray Disk) เป็นเทคโนโลยีแบบแสงล่าสุดที่สามารถบันทึกข้อมูลความละเอียดสูงได้ถึง 100 กิกะไบต์ ให้ภาพและเสียงที่คมชัด มักนำมาใช้ในการบันทึกภาพยนต์

      4) หน่วยความจำแบบแฟลช (Flash Memory Device) มีชื่อเรียดหลายอย่างได้แก่ แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) ธัมไดรฟ์ (Thumb Drive) หรือแฮนดีไดรฟ์ (Handy Drive) เป็นหน่วยความจำสำรองชนิดอีอีพร็อม (Electrically Erasable Programmable Read-Only Memory : EEPROM) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเก็บข้อมูล เขียน และลบข้อมูลได้ตามต้องการ หน่วยความจำชนิดนี้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และพกพาได้สะดวก

      ปัจจุบันหน่วยความจำแบบแฟลชสามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 128 MB , 256 MB , 512 MB , 1 GB , 2 GB จนถึง 16 GB และนับวันจะยิ่งมีความจุเพิ่มขึ้นอีก
      กหน่วยสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอุปกรณ์สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ แผงวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า แผงวงจรหลัก (Main Board) ซึ่งประกอบด้วย ซีพียู หน่วยความจำ ชิปประมวลผลเสริม (Coprocessor) และมีช่องสำหรับต่ออุปกรณ์ป้อนข้อมูลและแสดงผล รวมทั้งมีช่องเสียบขยาย (Expansion Slot) ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สำรองไว้ใช้กับการ์ดเพิ่มเติม (Expansion Card) หรือตัวปรับต่อ (Adapter) อื่นๆ
      ปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เห็นและจับต้องได้ที่กล่าวมาแล้วนั้น เรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซึ่งได้พัฒนาทั้งด้านความเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ มีราคาถูกลงและเทคโนโลยีทางด้านนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ