2.5 หน่วยส่งออก

      หน่วยส่งออก (Output Unit) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ผ่านการประมวลผลแล้ว โดยจะแปลงข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณไฟฟ้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจให้กลายเป็นผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่มนุษย์เข้าใจ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์พิเศษ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียง
      หน่วยส่งออกที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

      1. หน่วยส่งออกชั่วคราว (Soft Copy) เป็นอุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่ให้ผู้ใช้ได้ทราบผลลัพธ์ในขณะนั้น แต่เมื่อเลิกการทำงานหรือเลิกใช้แล้ว ผลลัพธ์นั้นก็จะหายไป หน่วยส่งออกชั่วคราวที่นิยมใช้ มีดังนี้

            1.1 จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว จอภาพในปัจจุบันมีหลายชนิด ดังนี้

                  จอภาพซีอาร์ที (Cathode Ray Tube Monitor : CRT)

                  จอภาพมีรูปร่าง ขนาด และเทคโนโลยีเดียวกับโทรทัศน์ กล่าวคือ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการทำงานโดยการยิงแสงอิเล็กตรอนไปยังผิวด้านในของจอภาพ ซึ่งผิวบนจอภาพจะฉาบด้วยสารฟอสฟอรัส เมื่อตำแหน่งที่มีอิเล็กตรอนวิ่งมาชนจอภาพจะเกิดแสงสว่างขึ้น แสงสว่างแต่ละจุดทำให้เห็นเป็นภาพ และมีหลอดแก้วแสดงผล เรียกว่า หลอดรังสีแคโทด (Cathode Ray Tube) ซึ่งจอภาพซีอาร์ที จะส่งแสงสะท้อนมายังนัยต์ตาของผู้ใช้ค่อนข้างมาก

                   จอภาพแอลซีดี (Liquid Crytal Display Monitor : LCD)

                  เป็นจอภาพแบบแบน และใช้เทคโนโลยีการเรืองแสงของผลึกเหลว (Liquid Crytal) จึงใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยและมีแสงที่ส่องมายังตาผู้ใช้น้อย ทำให้ถนอมสายตาได้มากกว่าจอซีอาร์ที จอภาพแอลซีดีมีอยู่ 2 ประเภท คือ จอภาพแบบแอกทีฟเมทริกซ์ (Active Matrix) เป็นจอภาพที่มีความละเอียด สว่างและชัดเจนมาก และจอภาพพาสซีพแมทริกซ์ (Passive Matrix) เป็นจอภาพที่ให้ความสว่างและคมชัดน้อยกว่าจอภาพแบบแอกทีฟเมทริกซ์

                   จอภาพพลาสมา (Plasma Monitor)

                  มีลักษณะแบนและบาง โดยจอภาพประกอบขึ้นจากแผ่นแก้วสองชุดวางชิดกัน ช่องว่างนี้จะถูกแบ่งออกเป็นเซลส์แสง แต่ละเซลส์จะบรรจุแก๊สผสมระหว่างแก๊สซีนอนและแก๊สเฉื่อยอื่นๆ หลักการทำงานของจอภาพพลาสมา คือ เมื่อแก๊สในเซลส์เหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยพลังงานไฟฟ้า แก๊สจะแตกตัวออกเป็นประจุและปล่อยแสงอัลตราไวโอเลตออกมา สารเรืองแสงที่เคลือบไว้ที่จอจะดูดซับแสงอัลตราไวโอเลต และสร้างสีที่มองเห็นได้ด้วยตาทำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพที่มีความสว่างและคมชัดมากกว่าจอแอลซีดี รวมทั้งแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้ดี เหมาะกับการใช้รับชมภาพยนตร์เป็นอย่างมาก

             1.2) อุปกรณ์ฉายภาพ (Projector)

            

ทำหน้าที่รับสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ไปยังพื้นผิวเรียบหรือจอภาพขนาดใหญ่ นิยมใช้ในการเรียนการสอน การประชุม รวมถึงรองรับการฉายภาพยนตร์จอขนาดใหญ่ในบ้าน (Home Theater) เนื่องจากสามารถนำเสนอข้อมูลให้ผู้ชมจำนวนมากเห็นพร้อมๆ กันได้
            เทคโนโลยีของอุปกรณ์ฉายภาพที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีแบบแอลซีดี (Liquid Crytal Display : LCD) และเทคโนโลยีแบบดีแอลพี (Digital Light Processing : DLP) เทคโนโลยีแบบดีแอลพี ขนาดของอุปกรณ์จะเล็กกว่า แต่มีความสว่างรวมทั้งความคมชัดของภาพสูงกว่าแบบแอลซีดี

            1.3) ลำโพง (Speaker)

      เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลลัพธ์ในรูปแบบเสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีมาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ลำโพงมี 2 ชนิด ดังนี้
            - ลำโพงแบบขยายเสียงในตัว จะมีปุ่มสำหรับปรับเสียงต่างๆ เช่น ปุ่ม Volume สำหรับปรับความดังของเสียง ปุ่ม Base สำหรับปรับระดับความดังของเสียงทุ้ม และปุ่ม Treble สำหรับปรับระดับความดังของเสียงแหลม เป็นต้น
            - ลำโพงแบบไม่มีวงจรขยายเสียง จะมีกรวยของลำโพงที่ใช้ภายในตัวลำโพง ลำโพงชนิดนี้ต้องใช้การ์ดเสียงที่มีวงจรขยายเสียงสำหรับขยายเสียงออกลำโพง

      

2) หน่วยส่งออกถาวร (Hard Copy) เป็นอุปกรณ์แสดงผลที่ให้ผู้ใช้ได้ทราบถึงผลลัพธ์ในรูปแบบกระดาษและสามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ได้ภายหลัง หน่วยแสดงผลถาวรที่นิยมใช้ มีดังนี้
            2.1) เครื่องพิมพ์ (Printer) เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลลัพธ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข ภาพนิ่ง ลงบนกระดาษ เครื่องพิมพ์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
            - เครื่องพิมพ์แบบกระทบ (Impact Printer)


         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการพิมพ์โดยการกระแทกหัวพิมพ์กับแถบผ้าหมึก ทำให้เกิดอักขระบนกระดาษ เครื่องพิมพ์แบบกระทบที่นิยมใช้ ได้แก่ เครื่องพิมพ์แบบจุด (Dot-Matrix Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการทำงานโดยการสร้างจุดลงบนกระดาษ โดยหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็มที่มีรูปร่างต่างๆ เมื่อเครื่องทำการพิมพ์ หัวเข็มที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆ จะยื่นออกมา และกระแทกกับผ้าหมึกลงบนกระดาษที่ใช้พิมพ์ ทำให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นตัวอักษรหรือรูปขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้นิยมใช้กับการพิมพ์เอกสารที่มีสำเนา โดยสามารถใช้กระดาษคาร์บอนคั่นระหว่างกระดาษแรงกระแทก จะทำให้เกิดสำเนาเอกสารได้หลายสำเนา ข้อเสียของเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ คือ มีเสียงดังในขณะพิมพ์ ตัวอักษรไม่คมชัดมาก
            - เครื่องพิมพ์แบบไม่กระทบ (Nonimpact Printer)
เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการพิมพ์โดยวิธีการทางเคมีและใช้ความร้อนในการทำให้สีพิมพ์ติดกระดาษ เครื่องพิมพ์แบบไม่กระทบที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

                   เครื่องพิมพ์ฉีดหมึก (Ink Jet Printer)


         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการพิมพ์โดยวิธีพ่นหยดหมึกเล็กๆ ให้ติดกับกระดาษ หมึกพิมพ์แบบสีจะต้องใช้แม่สีสามสี ซึ่งการใช้งานปกติหมึกพิมพ์จะหมดไม่พร้อมกัน ดังนั้น ในกรณีที่ใช้ตลับหมึกที่มีสามสีอยู่ในตลับเดียวกัน หากมีสีใดสีหนึ่งหมดก่อนตลับนั้นจะใช้ไม่ได้อีก ดังนั้น บางบริษัทจึงแยกหมึกพิมพ์แต่ละสีออกจากกัน เพื่อให้เป็นอิสระในการเปลี่ยนสีได้ ทั้งนี้เพื่อความประหยัด ส่วนใหญ่หมึกพิมพ์แบบฉีดหมึกจะมีต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นสูง แต่ตัวเครื่องมีราคาไม่แพง และให้ผลงานที่มีความสวยงาม คมชัด เครื่องพิมพ์ชนิดนี้นิยมใช้กับงานพิมพ์ที่มีการพิมพ์เอกสารปริมาณไม่มาก เช่น การพิมพ์รายงานที่บ้าน การพิมพ์เอกสารจำนวนไม่มากของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น

                   เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)

         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้แสงเลเซอร์สร้างประจุไฟฟ้าบวกบนแผ่นกระดาษที่เคลื่อนผ่าน ซึ่งผงหมึกที่มีประจุลบจะถูกดูดกับประจุบวก และลูกกลิ้งร้อนจะช่วยให้หมึกติดบนกระดาษ เครื่องพิมพ์เลเซอร์มีความเร็วในการพิมพ์สูง และมีต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูกกว่าเครื่องพิมพ์แบบฉีดหมึก แต่ตัวเครื่องมีราคาสูง เครื่องพิมพ์เลเซอร์เหมาะกับงานที่ต้องพิมพ์ปริมาณมาก เช่น งานในสำนักงาน ร้านถ่ายเอกสาร ร้านออกแบบจัดพิมพ์รูปเล่ม งานออกแบบสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา เป็นต้น

                  เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน (Thermal Printer)

         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการพิมพ์โดยการกลิ้งหมึกพิมพ์ที่เคลือบแวกซ์ไปบนกระดาษแล้วเพิ่มความร้อนให้กับหมึกพิมพ์จนแว็กซ์ละลาย และติดอยู่บนกระดาษ บางชนิดอาจใช้สีย้อมแทนแว็กซ์ ทำให้สามารถพิมพ์ภาพสีที่มีคุณภาพการพิมพ์สูง แต่ราคาเครื่องและค่าใช้จ่ายในการพิมพ์สูงมาก

                  เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter)

         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการเขียนภาพด้วยหัวปากกา นิยมใช้ในงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นภาพที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้น เครื่องพิมพ์ชนิดนี้จึงถูกออกแบบให้สามารถพิมพ์กับกระดาษขนาดใหญ่ได้ถึง 40 x 80 นิ้ว